รอบรู้โควิด » โลกเร่งศึกษา “ยาไอเวอร์เม็กติน” ลดการแพร่เชื้อ-เสียชีวิตจากโควิด

โลกเร่งศึกษา “ยาไอเวอร์เม็กติน” ลดการแพร่เชื้อ-เสียชีวิตจากโควิด

5 สิงหาคม 2021
195   0

“..การศึกษาใหม่พบ “ยาไอเวอร์เม็กติน” ลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ได้ 62% และลดโอกาสในการติดเชื้อโควิด-19 ได้เฉลี่ย 86%.. “

หลายประเทศทั่วโลกเร่งศึกษาการรักษาโควิด-19 ด้วยยา “ไอเวอร์เม็กติน (Ivermectin)” ซึ่งเป็นยากำจัดพยาธิในคนและสัตว์..

ข้อมูลจากการศึกษา “ไอเวอร์เม็กตินสำหรับป้องกันและรักษาโรคติดเชื้อโควิด-19” ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Therapeutics ระบุว่า ได้ใช้วิธีการวิเคราะห์อภิมาน (Meta-Analysis) หรือการใช้วิธีการทางสถิติเพื่อเปรียบเทียบ​และรวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยต่าง ๆ มาสรุปสมมติฐาน..

โดยการศึกษาดังกล่าว ใช้ข้อมูลจากการทดลอง 15 แหล่ง กลุ่มตัอวย่างรวม 2,438 คน พบว่า กลุ่มที่ใช้ยาไอเวอร์เม็กตินมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโควิด-19 น้อยลง เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ใช้ยาไอเวอร์เม็กติน โดยลดอัตราการเสียชีวิตได้ 62% มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์น่าเชื่อถือปานกลาง

และยังมีหลักฐานความน่าเชื่อถือต่ำระบุว่า การป้องกันโควิด-19 ด้วยการใช้ยาไอเวอร์เม็กติน ช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อโควิด-19 ได้เฉลี่ย 86%

ผลลัพธ์รองให้หลักฐานบางอย่างน้อยลง หลักฐานที่มีความเชื่อมั่นต่ำชี้ว่า ยาไอเวอร์เม็กตินอาจไม่มีประโยชน์สำหรับ “ความต้องการใช้เครื่องช่วยหายใจ” ในขณะที่การประเมินผลกระทบสำหรับ “การปรับปรุง” และ “การเสื่อมสภาพ” นั้นสนับสนุนการใช้ไอเวอร์เม็กตินอย่างชัดเจน

จากการทดลองหลายอหล่งทั่วโลก ยังไม่พบผลข้างเคียงหรือเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงจากการใช้ยาไอเวอร์เม็กติน และการศึกษานี้ยังระบุว่า การใช้ยาไอเวอร์เม็กตินในระยะเริ่มต้นของการรักษาโควิด-19 อาจลดโอกาสที่ผู้ป่วยจะเกิดอาการร้ายแรงภายหลังได้

ไอเวอร์เม็กตินได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายจากหลายประเทศ เนื่องจากเป็นยาที่มีราคาถูก ในปัจจุบันไอเวอร์เม็กตินในท้องตลาดมีราคาอยู่ที่ราว 2.90 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 92 บาท) ต่อยาขนาด 12 มิลลกรัมจำนวน 100 เม็ด หรือตกเม็ดละประมาณ 90 สตางค์

ดร.เทเรซา ลอว์รี หนึ่งในนักวิจัยผู้ทำการศึกษานี้ กล่าวว่า “หลักฐานคือ ไอเวอร์เม็กตินได้รับการพิสูจน์อย่างชัดเจนว่า สามารถต้านโควิด-19 ได้ ในความเป็นจริง มันมีหลักฐานเกี่ยวกับยาไอเวอร์เม็กตินมากกว่าการรักษาโควิด-19 ทางอื่นเสียอีก และข้อมูลด้านความปลอดภัยก็มีมากกว่าวิธีการรักษาแบบใหม่”

ประวัติของยาไอเวอร์เม็กตินนั้นย้อนไปในปี 1975 ศ.โอมูระ ซาโตชิ จากสถาบันคิซาโตะในญี่ปุ่น ได้แยกแบคทีเรียสเตรปโตไมซิส (Streptomyces) ที่ผิดปกติออกจากดินใกล้กับสนามกอล์ฟตามแนวชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของฮอนชู

โอมูระ และวิลเลียม แคมป์เบลล์ ค้นพบว่า การเพาะเชื้อแบคทีเรียสามารถรักษาหนูที่ติดพยาธิตัวกลม (Heligmosomoides polygyrus) ได้

แคมป์เบลล์ได้แยกสารออกฤทธิ์ออกจากแบคทีเรียเพาะเลี้ยง โดยตั้งชื่อว่า “อะเวอร์เม็กติน” สำหรับความสามารถในการขจัดพยาธิในหนู และอนุพันธ์ของอะเวอร์เม็กตินก็คือ “ไอเวอร์เม็กติน” นั่นเอง

นอกจากนั้นไอเวอร์เม็กตินยังใช้รักษาโรคพยาธิตาบอด/โรคตาบอดแถบแม่น้ำ (Onchocerciasis/River blindness) โรคเท้าขาว และโรคเท้าช้างได้ และด้วยราคาที่ถูก ทำให้คนยากจนและผู้ด้อยโอกาสหลายพันล้านคนทั่วโลกเข้าถึงยานี้ได้

ผู้ค้นพบยาไอเวอร์เม็กตินได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ในปี 2015 และถูกระบุไว้ใน “รายชื่อยาจำเป็น” ขององค์การอนามัยโลก ยิ่งไปกว่านั้น ไอเวอร์เม็กตินยังถูกใช้เพื่อเอาชนะโรคอื่น ๆ ของมนุษย์ได้สำเร็จอย่างต่อเนื่อง และมีการใช้ยานี้เป็นฐานในการรักษาโรคใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง จึงไม่แปลกที่หลายประเทศจะให้ความสนใจในการศึกษาว่า โควิด-19 จะเป็นอีกหนึ่งโรคที่ต้องสยบต่อไอเวอร์เม็กตินหรือไม่..

ปัจจุบัน องค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลยาของบางประเทศ เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ยังไม่อนุญาตให้ใช้ไอเวอร์เม็กตินในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีบางประเทศ เช่น อินเดีย ฟิลิปปินส์ ซิมบับเว ประเทศแถบอเมริกาใต้และแอฟริกา อนุมัติให้ใช้ได้แล้ว แม้ยังไม่มีผลการศึกษาที่เป็นสากลและน่าเชื่อถือก็ตาม.

เพิ่มเติม

  • ‘ยาไอเวอร์เมคติน’ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

สำหรับ ปริมาณการใช้ ‘ยาไอเวอร์เมคติน’  นั้น ปริมาณและระยะเวลาในการใช้ยาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา โดยมีตัวอย่างการใช้ยา ดังนี้ โรคพยาธิไส้เดือน สำหรับฆ่าพยาธิ Ascaris Lumbricoides ผู้ใหญ่ รับประทานยาปริมาณ 150-200 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม รับประทานครั้งเดียว ส่วนเด็กน้ำหนักตัวมากกว่าหรือเท่ากับ 15 กิโลกรัม รับประทานยาปริมาณ 150-200 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม รับประทานครั้งเดียว

ขณะที่ โรคพยาธิสตรองจิลอยด์ ผู้ใหญ่ รับประทานยาปริมาณ 200 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม รับประทานครั้งเดียว เด็กน้ำหนักตัวมากกว่า 15 กิโลกรัม รับประทานยาปริมาณ 200 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม รับประทานครั้งเดียว 

โรคพยาธิตัวจี๊ด สำหรับฆ่าพยาธิ Gnathostoma Spinigerum ผู้ใหญ่ รับประทานยาปริมาณ 200 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม วันละครั้ง เป็นเวลา 2 วัน เด็กน้ำหนักตัวมากกว่าหรือเท่ากับ 15 กิโลกรัม รับประทานยาปริมาณ 200 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม วันละครั้ง เป็นเวลา 2 วัน

โรคหิด สำหรับฆ่าตัวหิดหรือไรหิด ผู้ใหญ่ รับประทานยาปริมาณ 200 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม วันละครั้ง และรับประทานยาซ้ำใน 2 สัปดาห์ถัดไป เด็กน้ำหนักตัวมากกว่าหรือเท่ากับ 15 กิโลกรัม รับประทานยาปริมาณ 200 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม วันละครั้ง และรับประทานยาซ้ำใน 2 สัปดาห์ถัดไป.

เรียบเรียงจาก American Journal of Therapeutics / Bird News
https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%AA%E0%B8…
https://www.google.com/search?client=firefox-b-d&q=Ivermectin
https://www.drugs.com/medical-answers/ivermectin-treat-covid..
https://www.theguardian.com/science/2021/jul/16/huge-study-..
ภาพจาก AFP / Getty Image